วัฒนธรรมการกินเพื่อความกลมเกลียว

              วัฒนธรรมคนจีนมักจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ กินอยู่อาศัยในบ้านเดียวกันที่เรียกว่า "กงสี" จึงทำให้การกินอาหารจะนั่งล้อมโต๊ะอาหารกินกันพร้อมหน้า ญาติพี่น้องลูกหลาน อาหารจึงมีหลากหลายอย่าง โดยใช้ตะเกียบเป็นหลัก อาหารจึงค่อนข้างปรุงสำเร็จกินได้ทันที เนื้อ หมู ปลา ฯลฯ จะเป็นชิ้นเล็กสะดวกในการกิน ทำให้มีข้อสันนิษฐานกันมากมายเกี่ยวกับโต๊ะจีน

              ดังเช่น โต๊ะที่กลม เพราะต้องการสอนลูกหลาน คนจีนต้องรักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ดูพร้อมเพรียง คือหลักของเต๋า คือความพอดี ของทุกอย่างเป็นกฎเกณฑ์ การรู้จักธรรมชาติของเครื่องประกอบอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ปรุงได้อร่อย เครื่องประกอบ/ผัก เครื่องปรุง ต้องดี โต๊ะจีนจึงต้องกินกันหลาย ๆ คน การกินอาหารจะต้องไม่รีบร้อน จะค่อย ๆ กินทำความรู้จักในรสอาหาร อาหารทุกจานที่เสิร์ฟบนโต๊ะจีนจึงล้วนมีความหมายในทางเป็นสิริมงคล ดังนั้นการเจรจาการค้าใหญ่ของพ่อค้าคนจีน

               จึงมักจะทำกันที่โต๊ะอาหารเป็นจุดเริ่มต้น ถ้าไม่ผ่านตรงนี้จะไม่มีโต๊ะเจรจาต่อรองกัน ซึ่งต่างจากธรรมเนียมฝรั่งที่เจรจากันที่โต๊ะ ถ้าสำเร็จก็ไปกินข้าว ธรรมเนียมดังกล่าวของคนจีนนี้เรียกว่า "กวนชี" (สายสัมพันธ์) ถ้ามีจะได้ "โกวตง" (การแลกเปลี่ยน) ต่อไป ดังนั้นกุญแจสำคัญของการคบค้าหรือเจรจาธุรกิจกับคนจีนนั้นจึงเรียกว่า "วัฒนธรรมบนโต๊ะอาหาร" หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า "วัฒนธรรมการดื่มกิน"


ที่มา (กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.นครปฐม)