หยินหยาง..เพื่อสมดุลของร่างกาย

         คนจีนได้เรียนรู้ว่าอาหารหลายชนิดมีคุณค่าเป็นยามานานหลายพันปี สามารถทำเหล้าผสมผลไม้ดื่ม ใช้ปรุงรส และเป็นยาเสริมพลังเลือด ทำให้ท้องอุ่นสบาย และหายหนาวมาไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี จากตำรายาในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งมีแพทย์ที่มีชื่อเสียง คือ "ซุนลุ่ม่อ" มีอายุยืนยาวถึง 101 ปี เขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "การประกอบอาหารที่มีคุณค่า" ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า "อันว่าแพทย์ดีนั้นไซร้ แรกทีเดียวต้องตรวจให้พบสาเหตุของความป่วยไข้เสียก่อน และเมื่อพบแล้ว อันดับแรกจะต้องหาทางรักษาคนไข้ด้วยการให้กินอาหารที่ถูกต้อง ต่อเมื่อคนไข้ไม่หายนั่นแหละจึงค่อยประกอบยาให้คนไข้กิน

         ด้วยความที่คนจีนให้ความสำคัญกับการกินมากทำให้คนจีนมีอายุยืนโดยจะถือปฏิบัติตามกฎของ "หยินหยาง" ซึ่งมีผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก กล่าวคือ 
         "หยิน" คือพลังลบ หมายถึงความเยือกเย็น ความมืด ความชื้น พื้นดิน น้ำ เพศหญิง และอวัยวะของร่างกายที่มีลักษณะตัน ได้แก่ หัวใจ ปอด ตับ ม้าม และไต
         "หยาง" คือพลังบวก หมายถึง ความร้อน แสงสว่าง ท้องฟ้า เพศชายและอวัยวะภายในร่างกายที่มีลักษณะเป็นโพรง ได้แก่ กระเพาะอาหาร ล้ำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และกระเพาะปัสสาวะ 
(ธัญนันท์ อบถม ; อาหารโต๊ะจีน, 2548 : 3)
         ดังนั้นคนจีนจึงเลือกกินอาหารที่ดี มีคุณค่า ทั้งผัก สัตว์ เครื่องปรุงล้วนเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้มีชีวิตยืนยาวสุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะมักจะมีตำนานรายการอาหารล้วนอ้างอิงสืบทอดมาจาก อาหารเสวยของฮ่องเต้ กษัตริย์จีนโบราณเกือบทั้งสิ้น เพราะวังหลวงเป็นที่รวมของแพทย์ คนปรุงอาหารชั้นเลิศของประเทศในแต่ละกาลสมัยอาหารจีนจึงเป็นที่สุดยอดของความอร่อย มีคุณค่าทางบำรุงกำลังช่วยเสริมสมรรถภาพทางร่างกายเป็นส่วนใหญ่

ที่มา (กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.นครปฐม)